หมอดูโหราศาสตร์
The Astrologers fortuneteller
ความแตกต่างระหว่างหมอดูกับโหร
หมอดู (fortuneteller) คือบุคคลที่ประกอบอาชีพด้วยการทำนายชะตาชีวิต ดูโชค ดี โชคร้ายให้กับคนที่มีทุกข์ เสมือนจิตแพทย์ แต่ใช้การ รักษาจิต ด้วยการ สะเดาะเคราะห์ รดน้ำมนต์ ปล่อยนกปล่อยปลา แล้วแต่หมอดูจะกำหนด ส่วน ใหญ่จะใช้ ตำราเลข 7 ตัว เลข 12 ตัว พรหมชาติ ไพ่ป๊อก ลายมือ เสี่ยงทาย เข้า ทรง ฯลฯ
โหร (astrologer) คือผู้เรียนวิชาโหราศาสตร์ เรียนรู้การโคจรของดาวบนท้องฟ้า เรียกว่า ดาราศาสตร์ (astronomy) สามารถคำนวณดาวต่างๆ ที่โคจรใน แต่ละ ราศี กี่องศา กี่ลิปดา รู้เรื่องอธิกมาส-อธิกวาร ในรอบ 1 ปี มีดวงอาทิตย์โคจร ปัดเหนือ ปัดใต้ ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซึ่งเป็นอุตุศาสตร์ ต้องเรียนรู้ดาวฤกษ์ 27 กลุ่ม ต้องเรียนรู้ฤกษ์ยาม(auspicious time) หาวัน -ยาม-ฤกษ์-ราศี-ดิถี- ตาม กาลโยคประจำปี ให้รู้วันดี ธงชัย อธิบดี อุบาทว์ โลกาวินาศ ต้องรู้เรื่อง ฤกษ์ผานาที สามารถให้ฤกษ์ปฏิวัติ ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ปฏิสนธิให้ได้บุตร เป็นหญิง หรือชาย ต้องเรียนรู้ตำราพิชัยสงคราม (art of war ) จิตศาสตร์ (psychological) แพทยศาสตร์ (medical science) ล้วนอยู่ในตำราวิชาโหราศาสตร์
ฉะนั้นผู้ที่จะเป็น "โหร" ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ทั้งภูมิศาสตร์(geography) เคหศาสตร์ (domestic science) นรลักษณ์ศาสตร์ (physiognomy) ทำให้รู้ถึง อำนาจอิทธิพลของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อโลกมนุษย์ โหรจะเป็นผู้รู้กาลเวลาที่จะเกิดเหตุร้ายแก่สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลฟ้าครอบ รวมทั้งเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้นทั้งภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ที่เกิดโดยอิทธิพลดาว และสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ ฯลฯ
หมอดูอาจรู้เฉพาะเรื่องปัญหาชะตาชีวิตคน แต่โหรนั้นจะต้องรู้ชะตาบ้านชะตาเมือง จะต้องใช้ศาสตร์ต่างๆ มากมายมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์พิจารณา การเรียนรู้ วิชาโหราศาสตร์เหมือนเป็นแว่นส่องทางเดินของชีวิต เหมือนเดินทางในที่มืด เวลากลางคืน วิชาโหราศาสตร์ก็เหมือนไฟฉายส่องทางเดิน
วิชาหมอดู จัดว่าเป็นบันไดขั้นต้นของวิชาโหราศาสตร์ ทั้งสองวิชาต่าง ก็ใช้ดวง ดาวนพเคราะห์ (planet) เป็นเครื่องวินิจฉัย หลักวิชาที่หมอดูใช้ได้แก่ ตำราเลข 7 ตัว โดยอาศัย วัน เดือน ปี และยามเวลาเกิด โดยเทียบ เข้ากับหลักการ ของดาวเคราะห์เป็นมูลฐานในการทำนาย ส่วนวิชาโหราศาสตร์มีการกำหนดท้องฟ้าเป็นจักรราศี โดยแบ่งออกเป็น 12 ราศี แบ่งออกเป็น 27 นักษัตร 36 ตรียางค์ และ 108 นวางค์ นอกจาก นั้นยังมี ตำรามหาทักษาพยากรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง
ในวิชาโหราศาสตร์แบ่งจักรราศี (zodiac) ออกเป็น 12 ราศี แล้วจัดดาว พระเคราะห์เข้าครองประจำทุกราศี ที่เรียกว่า เกษตร และจัดให้ธาตุทั้งสี่ คือ ไฟ ดิน ลม น้ำ เข้าครองประจำทุกราศี กำหนดให้ดาวพระเคราะห์เกษตร์ประจำราศี เข้าครองธาตุตามลักษณะธาตุที่ประจำราศีนั้น และทุกราศีก็กำหนดให้เป็นทิศต่าง ๆ ในวิชาหมอดู มีการแบ่งท้องฟ้าออกเป็น ภูมิอัฐจักรพยากรณ์ มีดาวพระเคราะห์ ธาตุและทิศเข้าครองเหมือนหลักเกณฑ์ในวิชาโหราศาสตร์